งาน Gamescom งานนิทรรศการออกบูธนำเสนอเกมจากผู้ผลิตวีดีโอเกมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ประเทศเยอรมนี (แต่ปีนี้จัดขึ้นแบบออนไลน์ เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19) ซึ่งเพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 25-27 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ มีการออกบูธของเกมต่างๆ มากมาย ซึ่งบางเกมก็เป็นที่คาดหวังจากบรรดาคอเกมเมอร์อยู่แล้วอย่างเช่นการนำเกม Saints Row กลับมาสร้างใหม่เพื่อวางจำหน่ายใน PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X/S และ Windows PC ในช่วงเดือนปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 แต่มีอยู่เกมหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจใหักับผู้เข้าชมนิทรรศการเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ตัวอย่างของเกมใหม่ล่าสุด DokeV จากเกาหลีใต้ ที่นำเสนอภาพกราฟิกอันน่าตื่นตะลึง รวมทั้งตัวละครกับแอนิเมชันที่มีความน่ารักสดใส ความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของเกมทั้งที่ยังพัฒนาไม่เสร็จดีนี้ ทำให้ผู้คนต่างสงสัยกันว่า ทำไมสตูดิโอพัฒนาเกมที่แทบไม่ค่อยมีใครได้ยินชื่อหรือคุ้นหูมาก่อนนี้ จึงสามารถรังสรรค์เกมออกมาได้เตะตาผู้เข้าชมงาน จนกลายมาเป็นดาวเด่นของงานได้เกมหนึ่งขนาดนี้

 











ภาพของตัวเกม DokeV ที่กำลังพัฒนาอยู่

 

Pearl Abyss สตูดิโอพัฒนาเกมจากประเทศเกาหลีใต้ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเกม MMORPG อย่าง Black Desert ที่เคยสร้างกระแสตอบรับอย่างดีมาระยะหนึ่งก่อนหน้านี้ คือผู้ที่ริเริ่มพัฒนา่เกม DokeV ขึ้นมา แม้ว่างาน Gamescom จะไม่ได้เป็นงานเกมงานแรกที่ทาง Pearl Abyss เลือกที่จะเปิดตัวอย่างของเกมดังกล่าว เพราะว่าข้อมูลของตัวเกมก็เคยถูกประกาศออกไปในเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์มาระยะหนึ่งแล้ว แต่สำหรับหลายๆ คนรวมทั้งตัวผมเองด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นถึงตัวเกมและความเป็นไปได้ต่างๆ ในการเล่นเกมดังกล่าวแบบเต็มๆ ซึ่งก็นานมาแล้วนะครับ ที่จะมีตัวอย่างของเกมใดก็ตาม ที่สามารถสร้างกระแสตอบรับและถูกกล่าวขวัญถึง อีกทั้งสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับผู้ชมได้มากขนาดนี้

แต่ก่อนที่ตัวอย่างเกม DokeV จะถูกเปิดตัว และก่อนที่งาน Gamescom จะถูกจัดขึ้นเพียงสัปดาห์เศษๆ Pokémon Presents ตอนล่าสุด ก็เพิ่งจะออกอากาศไปเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาครับ รายการที่นำเสนอโดย The Pokémon Company นี้ เป็นการพูดถึงเกี่ยวกับเกมโปเกมอนที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งดาวเด่นของการออกอากาศครั้งนี้ก็คือ Pokémon Brilliant Diamond, Pokémon Shining Pearl และ Pokémon Legends: Arceus นั่นเองครับ ถึงแม้การนำเสนอตัวอย่างกลไกต่างๆ ภายในตัวเกม รวมถึงรูปแบบการเล่น และภาพตัวอย่างกราฟิกในเกมที่แสดงออกมาในการออกอากาศครั้งนี้นั้น จะทำออกมาได้ดีกว่าเมื่อตอนที่ตัวเกมประกาศชื่อภาคอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกันกับเกม DokeV ที่ผลิตโดยสตูดิโอเกมที่เล็กกว่า Nintendo และ Creatures Inc. หลายเท่าแล้ว ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า แฟรนไชส์เกมโปเกมอนที่มีอายุครบ 25 ปีแล้ว ทำไมจึงยังไม่สามารถทำตัวเกมให้ออกมามีความน่าตื่นตาตื่นใจ และทันสมัยเข้ากับยุคนี้ได้เสียทีครับ

เกม Pokémon Sword และ Pokémon Shield ก็เคยเผชิญกับเสียงก่นด่าของเหล่าแฟนเกมที่ไม่ชื่นชอบกับตัวเกมกันอยู่เนืองๆ บ้างเหมือนกัน แต่เสียงบ่นเหล่านั้นก็มลายหายสูญไปทันทีที่เกมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยเว็บไซต์ Serebii.net ได้รายงานเอาไว้ว่า ยอดจำหน่ายของตัวเกมทั้งสองภาคนั้น มีจำนวนรวมถึง 21 ล้านก๊อปปี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกมโปเกมอนภาค Gold และ Silver ที่เกมโปเกมอนภาคหลักจะมียอดจำหน่ายรวมกับเกิน 20 ล้านก๊อปปี้เช่นนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าแฟรนไชส์เกมโปเกมอนนั้น ยิ่งใหญ่เสียจนบรรดาเสียงบ่น และความไม่ชื่นชอบของแฟนเกมบางกลุ่ม แทบจะไม่มีผลอะไรกับยอดขายของเกมแม้แต่น้อย?

นั่นจึงกลายมาเป็นประเด็นที่เราจะมาวิเคราะห์กันในวันนี้ครับผม แฟรนไชส์ Pokémon กำลังติดหล่มความสำเร็จของตัวเองอยู่หรือเปล่า? แน่นอนว่าเป็นเรื่องยากเหลือเกินครับที่เราจะหาข้อวิจารณ์ใดๆ กับตัวเกมโปเกมอนได้ เพราะสุดท้ายแล้ว เรากำลังพูดถึงหนึ่งในแฟรนไชส์ของเกมและการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จัก และทำรายได้โดยรวมมากที่สุดในโลก โดยจากผลการเก็บข้อมูลเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า Pokémon ทำรายได้จากยอดขายเกม อนิเมะ มังงะ ภาพยนตร์ และผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ รวมกันมากถึง 92,121 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.067 ล้านล้านบาท) มากกว่า Hello Kitty, Mickey Mouse, Star Wars, Marvel แม้กระทั้ง Super Mario ของค่ายเกมเดียวกันเสียอีกครับ นอกจากนี้ เกมโปเกมอนยังไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงในเกมคอนโซลของ Nintendo อย่าง Nintendo Switch หรือ Nintendo 3DS แต่เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ยังรุกเข้าไปแข่งขันในตลาดเกมในสมาร์ตโฟน รวมทั้งแฟรนไชส์ยังขยายตัวออกไปถึงซีรีย์การ์ตูน ทั้งมังงะ และอนิเมะ ภาพยนตร์ การ์ดเกม แม้กระทั้งสินค้ามากมายมหาศาลที่ล่อตาล่อใจบรรดาเด็กและผู้ใหญ่ให้หาซื้อมาเป็นเจ้าของกัน (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันครับ 55+) จนกลายมาเป็นแหล่งรายได้อันดับ 1 ของแฟรนไชส์ แซงหน้าเกมภาคหลักไปเรียบร้อย ซึ่งแฟรนไชส์ Pokémon เอง ควรที่จะใช้การพัฒนาเกมภาคหลัก เป็นตัวเชิดหน้าชูตา เพื่อส่งเสริมให้ตลาดเกมโปเกมอน ยังคงเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ และทำให้เป็นจุดดึงดูดหลักจุดหนึ่งของแฟรนไชส์โดยภาพรวมต่อไป เหมือนกับที่เคยเป็นมาในยุคแรกๆ ของ Pokémon ที่มีเกมภาคหลักเพียงแค่ Red, Blue, Green และ Yellow เท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แฟรนไชส์ Pokémon ยังคงพยายามทำเช่นนั้นอยู่แน่จริงๆ หรือ

25 อันดับของแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดตลอดกาล วัดจากยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์โดยรวม

แต่ทว่า ภาพตัวอย่างของเกม Pokémon Brilliant Diamond, Pokémon Shining Pearl หรือ Pokémon Legends: Arceus ที่ปรากฎในการออกอากาศที่ผ่านมา กลับทำให้แฟนๆ เกมบางคนผิดหวังว่า ทำไมเกมภาครีเมคที่ทำออกมา ทั้งที่ได้พัฒนามาอยู่ในแพลตฟอร์มอย่าง Nintendo Switch ทั้งทีแล้ว จึงทำออกมาได้ไม่ “ว้าว” กันอย่างที่คาดหวังเอาไว้ จริงอยู่ครับที่ตัวเกมนั้น มีการนำเสนอรูปแบบการเล่นที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากเกมภาคดั้งเดิม แต่ทว่าเกมโปเกมอนในปีนี้ กลับยังไม่สามารถสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจได้มากพอเหมือนกับเกมรีเมค หรือว่ารีมาสเตอร์จากค่ายเกมอื่นๆ เลย (ลองดูเกม Diablo II: Resurrected เป็นตัวอย่างของลักษณะการทำเกมรีมาสเตอร์ที่คู่ควรก็ได้ครับ)

เรายังสามารถเปรียบเทียบสเกลความน่าตื่นตาตื่นใจของตัวอย่างเกมได้ กับอีก 3 เกมของ Nintendo Switch ที่ปล่อยตัวอย่างเกมออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อาทิ The Legend of Zelda: Link’s Awakening, The Legend of Zelda: Breath of the Wild 2 และ Xenoblade Chronicles: Definitive Edition ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกราฟิกอันน่าตื่นตาตื่นใจที่ถูกพัฒนาขึ้นผิดไปจากเกมภาคก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ The Legend of Zelda: Breath of the Wild 2 ภาคต่อของเกม The Legend of Zelda: Breath of the Wild ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดเกมหนึ่ง เท่าที่เคยมีมาใน Nintendo Switch (และอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดเท่าที่ Nintendo เคยทำออกมาเลยก็เป็นได้ครับ) แต่ผมก็ยังให้ข้อยกเว้นกับตัวอย่างใหม่ล่าสุดของ Pokémon Legends: Arceus ที่ดูจะพัฒนาเกมออกมาได้ถูกทาง และเข้าใกล้สไตล์การเล่นเกมแบบ Breath of the Wild เข้าไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังดูไม่น่าตื่นตาตื่นใจในระดับที่เท่าเทียมกันก็ตามครับ

 

เหตุผลส่วนหนึ่งที่อาจเป็นสาเหตุให้เกมโปเกมอนภาคหลักในปัจจุบัน ยังคงไม่สามารถทำออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจมากพอ อาจจะซ่อนตัวอยู่ในข้อจำกัดทางด้านฮาร์ดแวร์ของ Nintendo Switch เองก็เป็นได้ครับ ซึ่งถึงแม้จะเป็นเกมคอนโซลเวอร์ชั่นล่าสุดของทาง Nintendo แต่ก็ยังคงมีประสิทธิภาพในด้านการแสดงผลกราฟิกที่ห่างไกลคู่แข่งอย่าง Microsoft Xbox Series X/S หรือ Sony PlayStation 5 ชนิดไม่เห็นฝุ่น อย่างที่แฟนๆ เกม Xenoblade ได้ประสบกันมาแล้ว เมื่อตัวเกมภาคที่สอง ถูกวางจำหน่ายไปเมื่อช่วงปี 2560 กลับไม่สามารถทำงานได้บน Nintendo Switch อย่างลื่นไหล และประสบปัญหาในการแสดงผลอยู่บ้าง จนเจอเสียงก่นด่าของแฟนๆ ไปพอสมควร ซึ่ง ณ ตอนนี้ Nintendo Switch ก็ได้เดินทางมาถึงปีที่ 4 นับตั้งแต่วันวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 มีนาม 2560 แล้ว คงจะหาผู้พัฒนาเกมได้ยากขึ้นที่จะสนใจมาพัฒนาเกม หรือว่า Port เกมที่มีภาพกราฟิกสวยๆ มายังเกมคอนโซลที่เริ่มมีอายุมากขึ้น และมีข้อจำกัดทางการการแสดงผลกราฟิกเช่นนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เกมที่พัฒนาโดย Nintendo และ Studio ต่างๆ ในเครือของตนเอง ก็ยังคงมีความน่าดึงดูดมากพอให้ผู้เล่นยอมจ่ายเงินเพื่อเล่นอยู่ได้บ้าง อย่าง The Legend of Zelda: Breath of the Wild ที่วางจำหน่ายพร้อมกันกับตัวคอนโซล Nintendo Switch ก็ยังคงสร้างยอดขายมาได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้ จึงอาจจะไม่ใช่ข้อสรุปที่ฟันธงไปได้ว่า ทำไมเกมโปเกมอนภาคหลักจะทำออกมาให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจบน Nintendo Switch เหมือนอย่างเกมภาค Pokémon Sword และ Pokémon Shield ที่เคยทำไปได้แล้วบ้าง

แม้จะมีข่าวลือเรื่องของการพัฒนาเกมคอนโซลยุคถัดไปของ Nintendo อย่าง “Switch Pro” วนเวียนอยู่ในความคิดของแฟนๆ เกมอยู่บ้าง แต่จนถึงตอนนี้ ความฝันดังกล่าวก็ยังคงเป็นเพียงแค่ความฝัน เพราะว่าข่าวการพัฒนา Nintendo Switch ครั้งล่าสุด ก็ยังคงเป็นเพียงแค่การผลิต Nintendo Switch รุ่นที่ใช้หน้าจอ OLED เพิ่มขึ้นมาอีก 1 รุ่น (ที่ทาง Nintendo บอกเอาไว้ว่าสามารถแสดงเฉดสีได้ดีกว่า Nintendo Switch รุ่นดั้งเดิมที่ใช้หน้าจอ LCD อย่างมาก) อย่างไรก็ตาม แฟนๆ เกมของ Nintendo หลายคนก็ยังคงคาดหวังให้ทาง Nintendo เร่งพัฒนาเกมคอนโซลยุคถัดไปออกมาโดยเร็ว เพื่อที่เกมต่างๆ จากทางค่ายฯ รวมถึงโปเกมอน จะได้มีโอกาสพัฒนาภาพกราฟิกให้ออกมาทัดเทียมหรือว่าเหนือกว่าเกมจากค่ายอื่นๆ บ้าง แต่แฟนๆ จะต้องรอไปอีกนานเท่าใดกันครับ ในเมื่อทั้ง The Pokémon Company, Game Freak และ Nintendo ต่างนั่งอยู่บนบัลลังก์ราชาแห่งแฟรนไชส์ ที่ยากจะหาใครมาโค่นได้ (ยังมีแฟรนไชส์ที่พยายามแย่งส่วนแบ่งตลาดโปเกมอนโดยตรงอยู่บ้างนะครับ อย่าง Yo-kai Watch หรือ Digimon แต่ก็ไม่มีเจ้าใดที่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดของโปเกมอนไปได้อย่างมีนัยสำคัญ) ในเมื่อตัวเองเป็นแฟรนไชส์อันดับ 1 ของโลกแล้ว จะมาเสียแรงเสียเวลา มานั่งเปลี่ยนสิ่งที่ยังคงขายได้เมื่อ 10-20 ปีก่อนไปทำไมกันละครับ

ความยิ่งใหญ่ของแฟรนไชส์ Pokémon  เอง อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทางผู้พัฒนาเกมฯ ไม่กล้าที่จะเสี่ยงฉีกกฎเกณฑ์อะไรออกไปมากกว่านี้ ในการทำเกมโปเกมอนภาคหลัก ทำให้เรายังคงวนเวียนอยู่กับสไตล์การเล่นเกมโปเกมอนที่ไม่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนมากนัก หรืออาจจะมีสาเหตุอื่นๆ ที่ซ่อนเร้นอยู่นอกเหนือสายตาของเหล่าผู้เล่นและลูกค้าอย่างเราๆ ท่านๆ แต่มีสิ่งหนึ่งครับที่เป็นที่แน่ชัด ก็คือ ต่อให้เกมโปเกมอนจะมีคนติเตียนว่ากล่าวกันมากสักเพียงใดก็ตาม เกมโปเกมอนภาคใหม่ที่กำลังจะออกมานี้ ก็ยังคงขายได้อยู่วันยังค่ำ อย่างที่ Pokémon Sword และ Pokémon Shield ได้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นมาก่อนแล้ว และผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าสิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตอันใกล้นี้ แต่สำหรับผม รวมทั้งแฟนๆ เกมที่ติดตามแฟรนไชส์ Pokémon  มาอย่างยาวนาน นอกจากจะคาดหวังอยู่ในใจลึกๆ ให้ Pokémon  ยังคงประสบความสำเร็จเช่นนี้ต่อเนื่องไปตราบนานเท่านานแล้ว ยังคาดหวังให้เกม Pokémon  พัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อดึงดูดให้คนนอกแวดวงให้หันมาสนใจแฟรนไชส์นี้กันมากขึ้นอีกด้วยครับ

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะมีเกมที่ทำออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจสักเพียงใดก็ตาม อย่าง DokeV และอีกหลายๆ เกมที่ผมไม่ได้พูดถึง ณ ที่นี้ ที่หวังจะเข้ามาแข่งขัน หรือว่าช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดไป แต่ผมยังเชื่อว่า Pokémon  จะยังคงสามารถรักษามนต์เสน่ห์ที่มีอยู่ในตัวมันเอง และทำให้แฟรนไชส์ยังคงสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง แต่ความสำเร็จนี้ไม่อาจคงอยู่ได้ด้วยตัวมันเองอย่างแน่นอนครับ อยู่ที่ทาง The Pokémon Company, Game Freak และ Nintendo  ตลอดจนทั้งแฟนๆ โปเกมอนทั่วทุกมุมโลกแล้วละครับ ว่าจะยังคงสามารถรักษาโมเมนตัมแห่งความสำเร็จนี้ เอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ 

หนึ่งในแฟรนไชส์ของเกมและการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลกอย่าง Pokémon กำลังเดินทางมาถึงทางตันหรือไม่ ? และ Pokémon จะยังคงก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง ในโลกที่มีการแข่งขันกันสูงเช่นนี้ต่อไปได้อย่างไร ? งาน Gamescom งานนิทรรศการออกบูธนำเสนอเกมจากผู้ผลิตวีดีโอเกมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ประเทศเยอรมนี ( แต่ปีนี้จัดขึ้นแบบออนไลน์ เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ) ซึ่งเพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 25-27 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ มีการออกบูธของเกมต่างๆ มากมาย ซึ่งบางเกมก็เป็นที่คาดหวังจากบรรดาคอเกมเมอร์อยู่แล้วอย่างเช่นการนำเกม Saints Row กลับมาสร้างใหม่เพื่อวางจำหน่ายใน PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X/S และ Windows PC ในช่วงเดือนปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 แต่มีอยู่เกมหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจใหักับผู้เข้าชมนิทรรศการเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ตัวอย่างของเกมใหม่ล่าสุด DokeV จากเกาหลีใต้ ที่นำเสนอภาพกราฟิกอันน่าตื่นตะลึง รวมทั้งตัวละครกับแอนิเมชันที่มีความน่ารักสดใส ความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของเกมทั้งที่ยังพัฒนาไม่เสร็จดีนี้ ทำให้ผู้คนต่างสงสัยกันว่า ทำไมสตูดิโอพัฒนาเกมที่แทบไม่ค่อยมีใครได้ยินชื่อหรือคุ้นหูมาก่อนนี้ จึงสามารถรังสรรค์เกมออกมาได้เตะตาผู้เข้าชมงาน จนกลายมาเป็นดาวเด่นของงานได้เกมหนึ่งขนาดนี้ภาพของตัวเกม DokeV ที่กำลังพัฒนาอยู่Pearl Abyss สตูดิโอพัฒนาเกมจากประเทศเกาหลีใต้ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเกม MMORPG อย่าง Black Desert ที่เคยสร้างกระแสตอบรับอย่างดีมาระยะหนึ่งก่อนหน้านี้ คือผู้ที่ริเริ่มพัฒนา่เกม DokeV ขึ้นมา แม้ว่างาน Gamescom จะไม่ได้เป็นงานเกมงานแรกที่ทาง Pearl Abyss เลือกที่จะเปิดตัวอย่างของเกมดังกล่าว เพราะว่าข้อมูลของตัวเกมก็เคยถูกประกาศออกไปในเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์มาระยะหนึ่งแล้ว แต่สำหรับหลายๆ คนรวมทั้งตัวผมเองด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นถึงตัวเกมและความเป็นไปได้ต่างๆ ในการเล่นเกมดังกล่าวแบบเต็มๆ ซึ่งก็นานมาแล้วนะครับ ที่จะมีตัวอย่างของเกมใดก็ตาม ที่สามารถสร้างกระแสตอบรับและถูกกล่าวขวัญถึง อีกทั้งสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับผู้ชมได้มากขนาดนี้แต่ก่อนที่ตัวอย่างเกม DokeV จะถูกเปิดตัว และก่อนที่งาน Gamescom จะถูกจัดขึ้นเพียงสัปดาห์เศษๆ Pokémon Presents ตอนล่าสุด ก็เพิ่งจะออกอากาศไปเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาครับ รายการที่นำเสนอโดย The Pokémon Company นี้ เป็นการพูดถึงเกี่ยวกับเกมโปเกมอนที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งดาวเด่นของการออกอากาศครั้งนี้ก็คือ Pokémon Brilliant Diamond, Pokémon Shining Pearl และ Pokémon Legends : Arceus นั่นเองครับ ถึงแม้การนำเสนอตัวอย่างกลไกต่างๆ ภายในตัวเกม รวมถึงรูปแบบการเล่น และภาพตัวอย่างกราฟิกในเกมที่แสดงออกมาในการออกอากาศครั้งนี้นั้น จะทำออกมาได้ดีกว่าเมื่อตอนที่ตัวเกมประกาศชื่อภาคอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกันกับเกม DokeV ที่ผลิตโดยสตูดิโอเกมที่เล็กกว่า Nintendo และ Creatures Inc. หลายเท่าแล้ว ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า แฟรนไชส์เกมโปเกมอนที่มีอายุครบ 25 ปีแล้ว ทำไมจึงยังไม่สามารถทำตัวเกมให้ออกมามีความน่าตื่นตาตื่นใจ และทันสมัยเข้ากับยุคนี้ได้เสียทีครับเกม Pokémon Sword และ Pokémon Shield ก็เคยเผชิญกับเสียงก่นด่าของเหล่าแฟนเกมที่ไม่ชื่นชอบกับตัวเกมกันอยู่เนืองๆ บ้างเหมือนกัน แต่เสียงบ่นเหล่านั้นก็มลายหายสูญไปทันทีที่เกมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยเว็บไซต์ Serebii.net ได้รายงานเอาไว้ว่า ยอดจำหน่ายของตัวเกมทั้งสองภาคนั้น มีจำนวนรวมถึง 21 ล้านก๊อปปี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกมโปเกมอนภาค Gold และ Silver ที่เกมโปเกมอนภาคหลักจะมียอดจำหน่ายรวมกับเกิน 20 ล้านก๊อปปี้เช่นนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าแฟรนไชส์เกมโปเกมอนนั้น ยิ่งใหญ่เสียจนบรรดาเสียงบ่น และความไม่ชื่นชอบของแฟนเกมบางกลุ่ม แทบจะไม่มีผลอะไรกับยอดขายของเกมแม้แต่น้อย ? นั่นจึงกลายมาเป็นประเด็นที่เราจะมาวิเคราะห์กันในวันนี้ครับผม แฟรนไชส์ Pokémon กำลังติดหล่มความสำเร็จของตัวเองอยู่หรือเปล่า ? แน่นอนว่าเป็นเรื่องยากเหลือเกินครับที่เราจะหาข้อวิจารณ์ใดๆ กับตัวเกมโปเกมอนได้ เพราะสุดท้ายแล้ว เรากำลังพูดถึงหนึ่งในแฟรนไชส์ของเกมและการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จัก และทำรายได้โดยรวมมากที่สุดในโลก โดยจากผลการเก็บข้อมูลเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า Pokémon ทำรายได้จากยอดขายเกม อนิเมะ มังงะ ภาพยนตร์ และผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ รวมกันมากถึง 92,121 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ราว 3.067 ล้านล้านบาท ) มากกว่า Hello Kitty, Mickey Mouse, Star Wars, Marvel แม้กระทั้ง Super Mario ของค่ายเกมเดียวกันเสียอีกครับ นอกจากนี้ เกมโปเกมอนยังไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงในเกมคอนโซลของ Nintendo อย่าง Nintendo Switch หรือ Nintendo 3DS แต่เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ยังรุกเข้าไปแข่งขันในตลาดเกมในสมาร์ตโฟน รวมทั้งแฟรนไชส์ยังขยายตัวออกไปถึงซีรีย์การ์ตูน ทั้งมังงะ และอนิเมะ ภาพยนตร์ การ์ดเกม แม้กระทั้งสินค้ามากมายมหาศาลที่ล่อตาล่อใจบรรดาเด็กและผู้ใหญ่ให้หาซื้อมาเป็นเจ้าของกัน ( ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันครับ 55+ ) จนกลายมาเป็นแหล่งรายได้อันดับ 1 ของแฟรนไชส์ แซงหน้าเกมภาคหลักไปเรียบร้อย ซึ่งแฟรนไชส์ Pokémon เอง ควรที่จะใช้การพัฒนาเกมภาคหลัก เป็นตัวเชิดหน้าชูตา เพื่อส่งเสริมให้ตลาดเกมโปเกมอน ยังคงเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ และทำให้เป็นจุดดึงดูดหลักจุดหนึ่งของแฟรนไชส์โดยภาพรวมต่อไป เหมือนกับที่เคยเป็นมาในยุคแรกๆ ของ Pokémon ที่มีเกมภาคหลักเพียงแค่ Red, Blue, Green และ Yellow เท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แฟรนไชส์ Pokémon ยังคงพยายามทำเช่นนั้นอยู่แน่จริงๆ หรือ25 อันดับของแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดตลอดกาล วัดจากยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์โดยรวมแต่ทว่า ภาพตัวอย่างของเกม Pokémon Brilliant Diamond, Pokémon Shining Pearl หรือ Pokémon Legends : Arceus ที่ปรากฎในการออกอากาศที่ผ่านมา กลับทำให้แฟนๆ เกมบางคนผิดหวังว่า ทำไมเกมภาครีเมคที่ทำออกมา ทั้งที่ได้พัฒนามาอยู่ในแพลตฟอร์มอย่าง Nintendo Switch ทั้งทีแล้ว จึงทำออกมาได้ไม่ “ ว้าว ” กันอย่างที่คาดหวังเอาไว้ จริงอยู่ครับที่ตัวเกมนั้น มีการนำเสนอรูปแบบการเล่นที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากเกมภาคดั้งเดิม แต่ทว่าเกมโปเกมอนในปีนี้ กลับยังไม่สามารถสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจได้มากพอเหมือนกับเกมรีเมค หรือว่ารีมาสเตอร์จากค่ายเกมอื่นๆ เลย ( ลองดูเกม Diablo II : Resurrected เป็นตัวอย่างของลักษณะการทำเกมรีมาสเตอร์ที่คู่ควรก็ได้ครับ ) เรายังสามารถเปรียบเทียบสเกลความน่าตื่นตาตื่นใจของตัวอย่างเกมได้ กับอีก 3 เกมของ Nintendo Switch ที่ปล่อยตัวอย่างเกมออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อาทิ The Legend of Zelda : Link ’ randomness Awakening, The Legend of Zelda : breath of the Wild 2 และ Xenoblade Chronicles : definitive Edition ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกราฟิกอันน่าตื่นตาตื่นใจที่ถูกพัฒนาขึ้นผิดไปจากเกมภาคก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ The Legend of Zelda : breath of the Wild 2 ภาคต่อของเกม The Legend of Zelda : breath of the Wild ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดเกมหนึ่ง เท่าที่เคยมีมาใน Nintendo Switch ( และอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดเท่าที่ Nintendo เคยทำออกมาเลยก็เป็นได้ครับ ) แต่ผมก็ยังให้ข้อยกเว้นกับตัวอย่างใหม่ล่าสุดของ Pokémon Legends : Arceus ที่ดูจะพัฒนาเกมออกมาได้ถูกทาง และเข้าใกล้สไตล์การเล่นเกมแบบ Breath of the Wild เข้าไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังดูไม่น่าตื่นตาตื่นใจในระดับที่เท่าเทียมกันก็ตามครับเหตุผลส่วนหนึ่งที่อาจเป็นสาเหตุให้เกมโปเกมอนภาคหลักในปัจจุบัน ยังคงไม่สามารถทำออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจมากพอ อาจจะซ่อนตัวอยู่ในข้อจำกัดทางด้านฮาร์ดแวร์ของ Nintendo Switch เองก็เป็นได้ครับ ซึ่งถึงแม้จะเป็นเกมคอนโซลเวอร์ชั่นล่าสุดของทาง Nintendo แต่ก็ยังคงมีประสิทธิภาพในด้านการแสดงผลกราฟิกที่ห่างไกลคู่แข่งอย่าง Microsoft Xbox Series X/S หรือ Sony PlayStation 5 ชนิดไม่เห็นฝุ่น อย่างที่แฟนๆ เกม Xenoblade ได้ประสบกันมาแล้ว เมื่อตัวเกมภาคที่สอง ถูกวางจำหน่ายไปเมื่อช่วงปี 2560 กลับไม่สามารถทำงานได้บน Nintendo Switch อย่างลื่นไหล และประสบปัญหาในการแสดงผลอยู่บ้าง จนเจอเสียงก่นด่าของแฟนๆ ไปพอสมควร ซึ่ง ณ ตอนนี้ Nintendo Switch ก็ได้เดินทางมาถึงปีที่ 4 นับตั้งแต่วันวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 มีนาม 2560 แล้ว คงจะหาผู้พัฒนาเกมได้ยากขึ้นที่จะสนใจมาพัฒนาเกม หรือว่า Port เกมที่มีภาพกราฟิกสวยๆ มายังเกมคอนโซลที่เริ่มมีอายุมากขึ้น และมีข้อจำกัดทางการการแสดงผลกราฟิกเช่นนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เกมที่พัฒนาโดย Nintendo และ Studio ต่างๆ ในเครือของตนเอง ก็ยังคงมีความน่าดึงดูดมากพอให้ผู้เล่นยอมจ่ายเงินเพื่อเล่นอยู่ได้บ้าง อย่าง The Legend of Zelda : breath of the Wild ที่วางจำหน่ายพร้อมกันกับตัวคอนโซล Nintendo Switch ก็ยังคงสร้างยอดขายมาได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้ จึงอาจจะไม่ใช่ข้อสรุปที่ฟันธงไปได้ว่า ทำไมเกมโปเกมอนภาคหลักจะทำออกมาให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจบน Nintendo Switch เหมือนอย่างเกมภาค Pokémon Sword และ Pokémon Shield ที่เคยทำไปได้แล้วบ้างแม้จะมีข่าวลือเรื่องของการพัฒนาเกมคอนโซลยุคถัดไปของ Nintendo อย่าง “ Switch Pro ” วนเวียนอยู่ในความคิดของแฟนๆ เกมอยู่บ้าง แต่จนถึงตอนนี้ ความฝันดังกล่าวก็ยังคงเป็นเพียงแค่ความฝัน เพราะว่าข่าวการพัฒนา Nintendo Switch ครั้งล่าสุด ก็ยังคงเป็นเพียงแค่การผลิต Nintendo Switch รุ่นที่ใช้หน้าจอ OLED เพิ่มขึ้นมาอีก 1 รุ่น ( ที่ทาง Nintendo บอกเอาไว้ว่าสามารถแสดงเฉดสีได้ดีกว่า Nintendo Switch รุ่นดั้งเดิมที่ใช้หน้าจอ LCD อย่างมาก ) อย่างไรก็ตาม แฟนๆ เกมของ Nintendo หลายคนก็ยังคงคาดหวังให้ทาง Nintendo เร่งพัฒนาเกมคอนโซลยุคถัดไปออกมาโดยเร็ว เพื่อที่เกมต่างๆ จากทางค่ายฯ รวมถึงโปเกมอน จะได้มีโอกาสพัฒนาภาพกราฟิกให้ออกมาทัดเทียมหรือว่าเหนือกว่าเกมจากค่ายอื่นๆ บ้าง แต่แฟนๆ จะต้องรอไปอีกนานเท่าใดกันครับ ในเมื่อทั้ง The Pokémon Company, Game Freak และ Nintendo ต่างนั่งอยู่บนบัลลังก์ราชาแห่งแฟรนไชส์ ที่ยากจะหาใครมาโค่นได้ ( ยังมีแฟรนไชส์ที่พยายามแย่งส่วนแบ่งตลาดโปเกมอนโดยตรงอยู่บ้างนะครับ อย่าง Yo-kai Watch หรือ Digimon แต่ก็ไม่มีเจ้าใดที่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดของโปเกมอนไปได้อย่างมีนัยสำคัญ ) ในเมื่อตัวเองเป็นแฟรนไชส์อันดับ 1 ของโลกแล้ว จะมาเสียแรงเสียเวลา มานั่งเปลี่ยนสิ่งที่ยังคงขายได้เมื่อ 10-20 ปีก่อนไปทำไมกันละครับความยิ่งใหญ่ของแฟรนไชส์ Pokémon เอง อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทางผู้พัฒนาเกมฯ ไม่กล้าที่จะเสี่ยงฉีกกฎเกณฑ์อะไรออกไปมากกว่านี้ ในการทำเกมโปเกมอนภาคหลัก ทำให้เรายังคงวนเวียนอยู่กับสไตล์การเล่นเกมโปเกมอนที่ไม่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนมากนัก หรืออาจจะมีสาเหตุอื่นๆ ที่ซ่อนเร้นอยู่นอกเหนือสายตาของเหล่าผู้เล่นและลูกค้าอย่างเราๆ ท่านๆ แต่มีสิ่งหนึ่งครับที่เป็นที่แน่ชัด ก็คือ ต่อให้เกมโปเกมอนจะมีคนติเตียนว่ากล่าวกันมากสักเพียงใดก็ตาม เกมโปเกมอนภาคใหม่ที่กำลังจะออกมานี้ ก็ยังคงขายได้อยู่วันยังค่ำ อย่างที่ Pokémon Sword และ Pokémon Shield ได้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นมาก่อนแล้ว และผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าสิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตอันใกล้นี้ แต่สำหรับผม รวมทั้งแฟนๆ เกมที่ติดตามแฟรนไชส์ Pokémon มาอย่างยาวนาน นอกจากจะคาดหวังอยู่ในใจลึกๆ ให้ Pokémon ยังคงประสบความสำเร็จเช่นนี้ต่อเนื่องไปตราบนานเท่านานแล้ว ยังคาดหวังให้เกม Pokémon พัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อดึงดูดให้คนนอกแวดวงให้หันมาสนใจแฟรนไชส์นี้กันมากขึ้นอีกด้วยครับสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะมีเกมที่ทำออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจสักเพียงใดก็ตาม อย่าง DokeV และอีกหลายๆ เกมที่ผมไม่ได้พูดถึง ณ ที่นี้ ที่หวังจะเข้ามาแข่งขัน หรือว่าช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดไป แต่ผมยังเชื่อว่า Pokémon จะยังคงสามารถรักษามนต์เสน่ห์ที่มีอยู่ในตัวมันเอง และทำให้แฟรนไชส์ยังคงสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง แต่ความสำเร็จนี้ไม่อาจคงอยู่ได้ด้วยตัวมันเองอย่างแน่นอนครับ อยู่ที่ทาง The Pokémon Company, Game Freak และ Nintendo ตลอดจนทั้งแฟนๆ โปเกมอนทั่วทุกมุมโลกแล้วละครับ ว่าจะยังคงสามารถรักษาโมเมนตัมแห่งความสำเร็จนี้ เอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่